⇉ แบบสำรวจ (10 วินาที):  สิ่งไหนหรืออะไรที่คุณอยากรู้และอยากให้มีบนเว็บไซต์มากกว่านี้ ❤

Browse Tag: อาหาร

5 ชนิดของอาหารที่ทำให้เกิดสิว ที่คุณต้องรู้

fast-foods-1
Source: Flickr (click image for link)

ถ้าพูดถึงเรื่องของสิวๆ ที่เขาบอกว่าสิวนั้นเกิดขึ้นจากการที่คุณล้างหน้าไม่สะอาดพอ หรือเพราะฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากรูขุมขนมากจนเกินไปแล้ว หลายๆ คนที่กำลังสงสัยจนกลายเป็นก่อให้เกิดความเป็นกังวลว่าทำไมสิวถึงได้ขึ้นตามบนใบหน้าของเราหนักหน่วงนัก ทั้งๆที่ก็นอนหลับผักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว รักษาความสะอาดตามใบหน้าก็แล้ว ไหนจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการใช้ครีมที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ก่อเกิดสิวเลยซักนิด แต่ก็ยังจะเป็นสิวอยู่นั่น  หากยังสงสัยกันอยู่ละก็ว่าทำไมถึงมีสิว วันนี้เรามีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้นั้นก็คือ อาหารที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำนั้นเอง แล้วรู้รึเปล่าว่าอาหารการกินนั้นเป็นส่วนมีผลทำให้การหลั่งไหลของสารไขมันนั้นขับออกมามากเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ จนเป็นเหตุให้เกิดการอุดตันของสิว เพราะงั้นวันนี้  HealthGossip จึงอยากมาพูดถึงอาหารต้องห้ามที่ทำให้เกิดสิว ใครที่ลองรักษาสิวยังไงก็ไม่หายสักที ลองมาดูเรื่องอาหารการกินสักหน่อย เพราะการกินอาหารที่ไปกระตุ้นการเกิดสิวนั้น อาจจะเป็นสาเหตุที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้ เพื่อเป็นแนวทางที่ดีที่คุณๆจะได้ศึกษาแล้วลดลงปริมาณการรับประทานอาหารชนิดนั้นลง

 

5 ชนิดของอาหารที่ทำให้เกิดสิว

 

1.ขนมปัง มันฝรั่งทอด เบเกอร์รี่ทุกชนิด

อาหารที่มีส่วนประกอบหลักที่เป็นแป้งกับน้ำตาลนี่ไม่ควรกินอย่างยิ่ง เลี่ยงได้ขอให้เลี่ยงเลยแม้จะทำใจยากซักหน่อยแต่ก็ปรับให้น้อยลง เพราะการที่เรากินน้ำตาลเยอะๆจะทำให้เซลล์ผิวของเราเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดไขมันไปอุดตันที่ผิวหนังได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เวลาที่เรากินพวกขนมปัง ของทอดๆ มันฝรั่งกรุบกรอบ แล้วสิวชอบขึ้นแถมรักษาไม่ค่อยหายก็เพราะสาเหตุนี้นั่นเองค่ะ หรือง่ายๆว่า อาหารที่มีรสชาติหวานที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผัก น้ำผลไม้ น้ำหวานน้ำอัดลม รวมไปถึงขนมหวานทั้งหลาย หรืออาหารที่ทำจากแป้ง เช่นขนมขบเคี้ยว ขนมปัง

 

2.ขนมหวาน ช๊อคโกแลต ขนมเค้ก

เป็นอาหารที่อดใจกินได้ยากจริงๆ แต่ละอย่างทั้งหอม หวาน มัน อร่อยลืมอ้วนกันไปเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่มันหวานนี่แหละที่จะทำให้สิวผุดขึ้นมาบนหน้าได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อร่างกายเราได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก มันจะไปสร้าง “อินซูลิน” เพื่อมาลดระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ซึ่งการสร้างอินซูลินนี้มันมีผลทำให้ผิวหน้าเราสร้างไขมันเพิ่มขึ้น เมื่อมีความมันเพิ่มขึ้นก็อาจทำให้ผิวอุดตัน เกิดเป็นสิวได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เราถึงควรงด อาหาร ขนม ของหวานทุกชนิดหากต้องการลดการเกิดสิว

 

3.นมวัว

เห็นไม่ผิดหรอกค่ะ และหลายคนก็คงจะแปลกใจว่านมเนี่ยนะ ก็เพราะว่าในนมวัวจะมีสารฮอร์โมนหลายชนิดซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนที่เกิดจากวัวเอง หรือเป็นฮอร์โมนที่วัวได้รับจากการเลี้ยง ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะไประตุ้นการเกิดสิว อีกทั้งนมวัวเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก ทำให้เกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหารและทำให้การเจริญเติบโตของยีสต์ เมื่อมีเพิ่มมากขึ้น ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายมากขึ้นนั้นเอง โดยเราสามารถเลือกรับประทานไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ปลาตัวเล็ก และเนื้อสัตว์เพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมจากนมได้ค่ะ

 

4.อาหารฟาสฟู้ดส์ (Fast foods) อาหารที่มีไขมันสูง

อาหารที่มีไขมันสูงแบบตะวันตก คนหลายๆคนอาจจะเชื่อกันว่าการกินไขมันมากๆก็จะสามารถทำให้เกิดการมันของใบหน้าตามไปด้วยแล้วจะทำให้เกิดสิว แต่ทว่ากลไกที่แท้จริงแล้วมันกลับไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนั้น เพราะเป็นที่สังเกตกันว่า สภาวะของโรคสิวในสังคมตะวันตกจะมีมากกว่าสังคมตะวันออกอย่างชัดเจน โดยพบว่าเมื่อคนแถบเอเชียย้ายไปอยู่ในทางตะวันตก หรือกินอาหารแบบตะวันตก ก็มีการเกิดสิวมากขึ้น กลไกที่ทำให้เกิดสิวในอาหารแบบตะวันตกที่สำคัญ ก็คือไขมันที่ใช้ในอาหาร โดยไขมันที่ใช้ในอาหารแบบตะวันตกมักจะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมก้า6 ที่พบมากในน้ำมันพืชหรือน้ำมันพืชที่ผ่านกรรมวิธีอย่างเช่นพวกมาการีนหรือเนยเทียม ซึ่งกรดไขมันกลุ่มนี้สามารถชักนำให้ร่างกายสร้างสารที่ก่อการอักเสบเพิ่มขึ้น ทำให้หากมีสิวก็จะเกิดเป็นสิวอักเสบมากขึ้น  ดังนั้นหากมีสิว วิธีที่น่าลองอีกอย่างหนึ่งก็คือหลีกเลี่ยงอาหาร Fastfood ทั้งหลายดู รวมไปถึงอาหารไทยๆแบบผัดหรือทอดน้ำมันพืชเยิ้มๆ

 

5.เหล้า เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์นั้นเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดสิวได้เป็นอย่างดี เพราะแอลกอฮอร์นั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกายมันก็จัดเป็นสารพิษที่ร่างกาย โดยสาเหตุนั้นเกิดจาก ยีสต์เติบโตและเกิดเป็นท็อกซินเป็นของเสียในร่างกายและกระตุ้นทำให้เกิดสิวได้ง่ายๆ  ต้องกำจัดออกไปโดยเร็วที่สุด ส่วนใหญ่ก็จะออกไปทางปัสสาวะ แต่แอลกอฮอร์ไม่ได้ออกไปอย่างเดียว น้ำในร่างกาย ในผิวของเราก็ออกไปด้วย ทำให้เวลาที่เราดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์มากๆเราจะรู้สึกว่าคอแห้ง ต้องการดื่มน้ำ เมื่อผิวของเราขาดน้ำร่างกายก็เลยขาดความสมดุลสารพิษก็ตกค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดการขับถ่ายของเสียออกทางผิวหนัง จึงเกิดเป็นสิวออกมาให้เราได้เชยชมกัน

 

จริงๆแล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวนั้นอาจมีมากมายหลายพันแปด แต่เรื่องอาหารการกินนั้นก็เป็นปัจจัยหลักๆที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน บางครั้งเรามัวแต่ไปรักษาจากภายนอกซะมากกว่า ซึ่งนั่นอาจเป็นการรักษาสิวที่ปลายเหตุ ซึ่งการรักษาแบบนี้อาจไม่ทำให้สิวหายอย่างยั่งยืนได้ หยุดใช้ก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก กลับมาดูต้นเหตุของปัญหากันดีกว่าเนอะ ไม่แน่นะปัญหาสิวที่จัดการไม่ได้สักทีเนี่ยอาจจะจัดการได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการกินก็ได้ใครจะรู้ และก็หวังว่าความรู้วันนี้จะเป็นแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารกันได้นะคะ

 

www.flickr.com/photos/vilseskogen/4758320476/

Collagen คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร

pastel-skin
Source: Flickr (click image for link)

วันนี้ HealthGossip เอาความรู้ที่มาพร้อมกับความสวยและความงาม มาเสริฟกันอีกแล้วววว ว เป็นอะไรน่ะหรอ ก็จะอะไรอีกล่ะเนอะยังคงวนเวียน ต้วมเตี้ยมกันอยู่กับความสวยความงามและสุขภาพเหมือนเดิมนั่นเองค่าา และวันนี้ก็จะมาพูดถึง “คอลลาเจน” ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คอลลาเจนเต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นแบบผงชงดื่ม แบบเครื่องดื่มผสมคอลลอเจน ไหนจะเป็นแคปซูลในรูปแบบอาหารเสริมและสมัยนี้ในครีม เครื่องสำอางค์ โลชั่น ลิปสติก หรือแม้แต่ลูกอมขนมต่างๆก็ยังมีคอลลาเจนผสมอีกแน่ะ! และไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ถ้าขึ้นชื่อว่ามีคอลลาเจน สาวๆจะให้ความสนอกสนใจกันขึ้นมาเลยที่เดียวเชียวเลยใช่ไหมล่ะค่ะ ก็เพราะเรารู้และเข้าใจว่ามันดีและช่วยเรื่องความสวยความงามนั่นเอง แต่เรารู้จักเจ้าคอลลาเจนนี้ดีแค่ไหนกันล่ะ แล้วมันช่วยให้เราสวยขึ้นจริงหรอและมันช่วยเราแค่เรื่องความสวยความงามเท่านั้นเอง? แต่ความเป็นจริงแล้วรู้ไหมคะว่าคอลลาเจนอยู่ในร่างกายของเราเองนี่แหละค่ะแต่ทำไมเราถึงต้องการคอลลาเจนจากที่อื่นมากมายขนาดนั้นล่ะ ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าคอลลาเจนให้มากขึ้นกันดีกว่าเนอะ อย่างน้อยก็เพื่อตัวเราและไหนยังจะสามารถเผื่อแผ่บอกกับคนอื่นได้อีก ก็ไม่ว่านะ ไม่หวง 🙂

 

ทำไมถึงได้เรียกว่า “คอลลาเจน”

คอลลาเจน (Collagen) มาจากภาษากรีก ซึ่งมีความหมายว่า กาว และคอลลาเจนนั้นเองที่ทำหน้าที่เป็นการเชื่อมเซลล์แต่ล่ะเซลล์ในร่างกายเข้าไว้ด้วยกัน คอลลาเจนนั้นอยู่ใต้ผิวหนังที่อยู่ในชั้นผิวหนังแท้ของเราโดยทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียน

 

คอลลาเจนคืออะไรนะ

โดยทั่วไปแล้วสาวๆจะรู้จักกันดีว่าคอลลาเจนนั้นจะช่วยให้ผิวเราเต่งตึง เด้งดึ๋งและกระชับขึ้น เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนธรรมชาติที่อยู่ในร่างกายเราเนี่ยแหละค่ะ อีกทั้งคอลลาเจนยังเป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนังที่เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญอย่างมากอีกด้วยนะ และเจ้าคอลลาเจนไม่เพียงเป็นองค์ประกอบของผิวหนังเท่านั้นนะคะแต่ยังทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ทุกๆเซลล์ในร่างกายไว้ด้วยกันเพื่อทำให้เกิดเป็นเนื้อเยื่อ เป็นอวัยวะ และร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้นั่นเอง ดังนั้นคอลลาเจนจึงมีปริมาณถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกายเพราะเป็นโครงสร้างในส่วนที่ยืดหยุ่นของร่างกายนั่นเองค่ะ

คอลลาเจนนั้นมีสารสำคัญ 2 ชนิด นั่นก็คือ Proteoglycan และ Glycosaminoglycans ที่เป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของผิว เส้นผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ ตลอดจนผนังหลอดเลือด และในผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) จะประกอบด้วยคอลลาเจนถึง 75% ความอุดมสมบูรณ์ของคอลลาเจนจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น นุ่มนวลมีความยืดหยุ่นดีทำให้ผิวเต่งตึงกระชับ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของผิวเยาว์วัยที่ไม่เหี่ยวย่นไม่มีริ้วรอยและตีนกา เป็นผิวที่ทุกคนเป็นเจ้าของในช่วงวัยเด็กและวัยสาวก่อนอายุจะย่าง 30 ทั้งนี้เพราะภายในชั้นผิวของเรามีความอุดมสมบูรณ์ของคอลลาเจนสูงม๊ากก แต่เมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนจะเสื่อมสลายและมีปริมาณลดลง ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลงเป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย เช่น รอยตีนกามาเยือนบ้าง กล้ามเนื้อรอบดวงตาเหี่ยวย่นบ้าง แถมผู้หญิงยังมาแก่ง่ายกว่าผู้ชายอีก และอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่องของคอลลาเจนในผิวหนังชั้นหนังแท้จะมีผลให้ผิวพรรณค่อยๆ สูญเสียความชุ่มชื้น นุ่มเนียนและยืดหยุ่น ผิวที่เคยสวยเต่งตึง นุ่มนวล ค่อยๆ แห้งกร้าน ผิวจะยุบตัวลงทุกปีทุกปีทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและตีนกา กว่าคุณจะอายุ 45 ปี ระดับคอลลาเจนในชั้นผิวลดลงไปแล้วกว่า 30% แน่ะ!

เศร้าใจจัง จะมีวิธีสต๊าฟการลดลงของคอลลาเจนบ้างมั้ยนะ? ขอตอบเลยว่าไม่มีวิธีนั้นค่ะ แต่ถ้าจะมีก็จะมีวิธีที่สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณและรักษาไว้ให้ดูดีให้นานที่สุดเท่านั้นเองแหละค่ะ โดยการวิจัยด้านโภชนาการได้ค้นพบว่า การรับประทานคอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเป็นอาหารเสริมประจำอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเสริมคอลลาเจนที่พร่องลงตามวัยที่เพิ่มขึ้นคืนกลับให้ร่างกาย สามารถช่วยป้องกันและชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้ง กระด้าง ช่วยผิวพรรณให้มีความชุ่มชื้น นุ่มนวลเรียบเนียนคงความยืดหยุ่นของผิวไว้ได้ค่ะ

 

คอลลาเจนมีหลายชนิด

ชนิดที่หนึ่ง พบที่ผิวหนังที่จะเจริญเต็มที่ กระดูกและเอ็น

ชนิดที่สอง พบที่กระดูกอ่อน

ชนิดที่สาม พบที่ผิวหนังของทารกหรือผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังที่เป็นแผลและเริ่มมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ นอกจากนี้ยังพบที่เส้นเลือดและเดินอาหาร

ชนิดที่สี่ พบที่เยื่อหุ้มเซลล์

ชนิดที่ห้าและหก พบได้ทั่วไป

ส่วนมากเราจะรู้จักคอลลาเจนในด้านความงาม นั่นก็คือคอลลาเจนผิวหนัง นั่นก็คือคอลลาเจนชนิดที่หนึ่งและสาม ในวัยเด็กเรานั้นจะมีคอลลาเจนชนิดที่สามมากที่สุดผิวของเด็กจึงมีความเนียนนุ่ม เด้งดึ๋งกว่าวัยอื่นๆนั่นเองค่ะ และพอเราเริ่มโตขึ้นคอลลอเจนชนิดที่หนึ่งก็จะถูกสังเคราะห์ขึ้นมาแทนที่จนกระทั่งอายุ 25 ปีขึันไป คอลลาเจนก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆโดยลดลงในอัตรา 1.5% ต่อปี และเมื่อมีการสูญเสียคอลลาเจนมากกว่าการผลิตขึันมาใหม่ ผิวหนังจึงขาดความกระชับตึงและยุบตัวลงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสาเหตุของริ้วรอยและผิวพรรณที่แห้งกร้านก็ตามมา แต่รู้กันไหมคะว่านอกจากนี้ยังมีคอลลาเจนอีกหลายชนิด เท่าที่พบอย่างน้อยมี  19 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของอวัยวะ

 

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น

นอกจากการเสื่อมสลายของคอลลาเจนที่เราไม่เคยต้องการให้เกิดขึ้นแล้วก็ดันมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเราเสื่อมเร็วขึ้นไปอีกเช่น

  1. รังสียูวีจากแสงแดด
  2. บุหรี่
  3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. สารปนเปื้อนในอาหาร
  5. อนุมูลอิสระ
  6. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

แล้วอย่างนี้ถ้านำคอลลาเจนมาทาเลยล่ะ จะช่วยได้ไวทันใจกว่าการรับประทานมั้ยนะ เพราะจะได้ซึมเข้าชั้นผิวหนังโดยตรงได้ไปเลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า คอลลาเจนโปรตีน เป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่มาก ดังนั้นคอลลาเจนไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา ส่วนครีมต่างๆ ที่มีขายตามท้องตลาดที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน ก็จะเป็นการผลักคอลลาเจนให้อยู่ได้แค่ชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น แต่เนื่องจากคอลลาเจนมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ประมาณ 30 เท่าของน้ำหนักตัวมันจึงทำให้ผิวหนังกำพร้าชุ่มชื้น แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้อย่างแท้จริง เพราะการเสริมสร้างคอลลาเจน จะต้องเข้าสู่ด้วยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังและการรับประทาน โดยในขณะที่การฉีดจะเสริมคอลลาเจนนั้นก็ได้เพียงเฉพาะที่เท่านั้น เพราะอย่างนั้น “การรับประทานน่าจะเป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุด”

 

คอลลาเจนจากอาหาร

สาวๆรู้มั้ยยย ในอาหารที่เรารับประทานทุกวี่ทุกวันนี้ก็มีคอลลาเจนนะ ! เราใยถีงไม่ทานกันเล่า บางคนอาจยังไม่ทราบว่ามีใช่ไหมล่ะคะ หรือทราบอยู่แล้วว่ามีแต่ไม่ทราบว่ามันอยู่ในอาหารชนิดไหน อะไรบ้าง ใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวมาดูกันดีกว่ามีอะไรบ้าง

ถั่วเหลือง ไม่ว่าจะเป็นนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้นอกจากจะหาทานง่ายแล้วแถมยังเป็นกำไรกับสาวๆที่ชอบดื่มเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย เพราะนอกจากจะได้รับโปรตีนมาเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ในถั่วเหลืองยังมีสารกลุ่มไอโซฟลาโวนที่มีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เหมาะสำหรับเพศหญิง ทานแล้วยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลได้อีกด้วยค่า

ผักใบเขียวเข้ม นอกจากจะมีวิตามินซีสูงมากๆแล้วก็ยังช่วยส่งเสริมการนำโปรตีนมาบำรุงร่างกาย และเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง พบมากในผักปวยเล้ง ผักโขม คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง ผักกาดหอม เป็นต้น

ผลไม้สีแดง แหล่งคอลลาเจนชัันดี และมีสารไลโคปีนที่เด่นในเรื่องแอนติออกซิแดนซ์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน พริกหยวกแดง หัวบีท มะเขือเทศ หรือลูกเบอร์รี่สายพันธุ์ต่างๆ ล้วนดีต่อผิวทั้งนั้น

อาหารที่ทะเลที่มีโอเมก้า อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนและโอไมก้า ไม่ว่าจะเป็น ปลาแซลมอล ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ถั่วอัลมอลด์ และอะโวคาโด เป็นต้น

 

ใครจะรู้ล่ะค่ะว่าเจ้าคอลลาเจนที่เราเฝ้าไฝ่หานั้นมันอยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลยและอยู่รอบๆตัวเรานี่เองค่ะ ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้องและเหมาะสมกับร่างกายของเรา เราก็จะได้รับคอลลาเจนในรูปแบบธรรมชาติที่มาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนี่เองแหละค่ะ แต่ถ้าว่าไม่ว่าจะเลือกรับประทานสุดๆแล้วเจ้าคอลลาเจนก็ยังไม่เพียงพอ ยังไงคอลลาเจนในรูปแบบอาหารเสริมยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเลือกรับประทานเสริมเข้าไปเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการได้ค่ะ หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะช่วยให้สาวๆเข้าใจเจ้าคอลลาเจนมากขึ้นและเป็นแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีมารับประทานเสริมกันมากขึ้นนะคะ

 

www.flickr.com/photos/muffmuff/4004304595/