⇉ แบบสำรวจ (10 วินาที):  สิ่งไหนหรืออะไรที่คุณอยากรู้และอยากให้มีบนเว็บไซต์มากกว่านี้ ❤

Browse Category: Health

12 เหตุผลแสนมหัศจรรย์ที่เราควรหันมาดื่มน้ำเปล่า

drinking-water-1เราคงเคยรู้หรือเคยได้ยินกันมาตลอดกับการดื่ม “น้ำเปล่า” นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ดีมีสุขการดื่มน้ำเปล่าก็ยังเป็นส่วนสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ดี ถึงแม้เวลาเจ็บป่วย คุณหมอหรือนักโภชนาการก็ยังคงแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆอยู่บ่อยๆ ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการรักษาและบำบัดอยู่เสมอแต่ก็มียกเว้นในบางเคสเท่านั้น และก็คงมีอีกหลายคนอีกนั่นแหละที่ยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่แท้จริงของการดื่มน้ำเปล่า ว่าทำไมถึงต้องดื่มน้ำเปล่า? และต้องดื่มในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอดี ถ้าไม่ดื่มน้ำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? เชื่อว่าทุกคนก็คงจะรู้อยู่แล้วล่ะว่า “น้ำ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายซึ่งขาดไม่ได้ ในภาวะสังคมที่เร่งรีบไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือการดำรงชีวิต การไม่ดื่มน้ำหรือเข้าห้องน้ำเนื่องจากกลัวเสียเวลาจนกลายเป็นความเคยชินทำให้ร่างกายเกิดความคุ้นเคยและทำให้อวัยวะภายในเกิดอาการผิดปกติตามไปด้วย และยังมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำกัน บ้างก็กลัวว่าดื่มน้ำมาก ๆ จะทำให้เข้าห้องน้ำบ่อย หรือเหตุผลอีกต่าง ๆ นานา แต่ขอบอกเลยว่าการที่ไม่ดื่มน้ำจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ที่แสนจะอัศจรรย์พันแปดของการดื่มน้ำไปอย่างไม่น่าให้อภัยเลยล่ะค่ะ น้ำ คือสารอาหารที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะว่า 4/5 ส่วนของน้ำหนักตัวก็คือน้ำ มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์หากขาดอาหารแต่จะอยู่ได้เพียงไม่กี่วันหากขาดน้ำ โดยน้ำทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายหลักสำหรับอาหารที่ผ่านกระบวนการย่อยในกระเพาะ แต่ยังไม่มีปริมาณที่ให้ดื่มเฉพาะเจาะจงในแต่ละวัน เพราะการสูญเสียน้ำของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วการดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวัน วันละประมาณ 2 ลิตร แต่ที่จริงแล้วเวลาและปริมาณในการดื่มหรือความถี่ของการดื่มเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันค่ะ

“น้ำเปล่า” นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะในร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% ซึ่งระบบภายในของร่างกายมนุษย์ ต้องใช้น้ำในการทำหน้าที่ของระบบร่างกาย เช่น ย่อยอาหาร ทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้เป็นอย่างดี ขับสารพิษออกจากร่างกาย แต่หากร่างกายของมนุษย์ได้รับน้ำเปล่าในแต่ละวันน้อยจนเกินไปก็จะส่งผลเสียให้กับร่างกาย เช่น เลือดจะมีความเข้มข้นหนืด จนทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียง จะส่งผลให้เส้นเลือดตีบตัน สมองเสื่อมเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ในแต่ละวันร่างกายจะเสียน้ำวันละ 2 ลิตร จากการหายใจ ขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้ร่างกายต้องได้รับน้ำจากการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละประมาณ 2-3 ลิตร ซึ่งประโยชน์จากการดื่มน้ำเปล่าจะช่วยทำให้สุขภาพผิวดูมีน้ำมีนวลผิวพรรณไม่แห้งหยาบกร้าน ป้องกันการเกิดริ้วรอยที่ผิวหน้า เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย และช่วยให้ระบบสมองทำงานได้ดีขึ้นเพราะสมองมีองค์ประกอบที่เป็นน้ำถึง 85%

ภาวะร่างกายขาดน้ำ ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ หมายถึง ภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ร่างกายได้รับ ซึ่งถ้าหากขาดน้ำมากๆ และไม่ได้รับการทดแทนอย่างเพียงพอในเวลาที่เหมาะสม ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้ หรือถ้าหากร่างกายได้รับน้ำมากเกินไปก็จะส่งผลเสียได้เหมือนกัน ปกติร่างกายเราจะสูญเสียน้ำจากทางเหงื่อ ลมหายใจ และการขับถ่าย นอกจากนี้เรายังสูญเสียเกลือแร่ออกจากร่างกายอีกด้วยในเวลาที่เราขับเหงื่อออกจากร่างกาย โดยเฉพาะในบ้านเราที่มีอากาศร้อนร่างกายก็ยิ่งต้องการน้ำมากขึ้น นอกจากนี้หากร่างกายขาดน้ำ ลำไส้ก็จะแห้ง ไม่มีน้ำที่จะให้อุจจาระออกมาได้ ของเสียก็จะสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายอีก เลือดเราก็จะสกปรกและข้นหนืดมากขึ้นไปอีก และหากเลือดที่เสียเมื่อเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะมีปัญหามากมายตามมา ช่องทางในการขับของเสียของร่างกายมีอยู่ ๕ ช่องทางด้วยกัน คือ ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์หรือถูกปิดกั้น มันก็จะพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น ออกมาเป็นสิว ฝ้า กระ ฝี ริดสีดวง

ถ้าร่างกายขาดน้ำ สังเกตุอาการดังนี้

  • ปวดศรีษะ ปวดตุ๊บๆเหมือนปวดเกร็งตรงบริเวณขมับ บางครั้งเวลาจับจะเป็นก้อน
  • ปากแห้ง หรือบางทีผิวแห้ง
  • คอแห้ง
  • ร้อนใน เป็นแผลในปาก
  • แขนขาอ่อนแรง
  • สีปัสสาวะจะเหลืองเข้ม

 

ถ้าดื่มน้ำมากหรือน้อยไปจะเป็นอย่างไร?

ของทุกกอย่างมากไปน้อยไปไม่ดีทั้งสิ้น เช่น บางคนบอกดื่มน้ำเยอะๆแล้วดี ดื่มที 8-10 ลิตรต่อวันนั้นก็มีผลเสียเช่นกัน เพราะว่าจะทำให้สมดุลเกี่ยวกับน้ำและเกลือแร่ของร่างกายมันผิดไปจากที่ควร ซื่งอาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการจากการที่มีเกลือแร่ต่ำได้ อย่างเช่น อาจจะมีอาการคลื่นใส้ อาเจียน เวียนศรีษะได้ เป็นต้น

สำหรับคนที่ดื่มน้ำน้อยไป ปัญหาก็คือ น้ำก็ไม่เพียงพอที่จะเอาไปใช้ในกระบวนการเผาผลานของร่างกาย เพราะฉะนั้นระบบต่างๆ ของร่างกายก็ไม่ดี รวมถึงอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้เกิดโรคนิ่วต่างๆได้ เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอ และเหมาะสมในแต่ละวันนั้น จะเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพ

ผลเสียเมื่อดื่มน้ำไม่เพียงพอ

หน้าร้อนไม่ควรดื่มเครื่องดื่มประเภท กาแฟ ชาหรือว่าแอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นข้อห้ามในอากาศที่ร้อนมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะดึงน้ำออกไปจากร่างกาย เพราะถ้าเราดื่มกาแฟจะทำให้เราปัสสาวะบ่อย ในการปัสสาวะหนึ่งครั้งเราจะเสียน้ำไปประมาณ 200 มิลลิลิตร ดื่มกาแฟเท่าใหร่มันก็จะดึงน้ำออกไปเป็นสองเท่า ยิ่งดื่มมากยิ่งทำให้เสียน้ำมาก

การดื่มน้ำเย็นๆ ในอากาศที่ร้อนมากๆ พอดื่มเข้าไปร่างกายเราจะใช้เวลาในการปรับอุณหภูมิให้เท่ากับอุณหภูมิของร่างกายเพื่อที่จะดูดซึมเอาไปใช้ได้ดี แต่ถ้าอุณหภูมิมันปรับไม่ได้ จะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำได้แค่บางส่วนและน้ำก็จะออกไปทางระบบทางเดินอาหารและทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายเสียน้ำ และเกิดปากแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะเหลืองขึ้นได้

 

12 เหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจในการดื่มน้ำเปล่า

 

1. ดื่มน้ำเปล่าทำให้หน้าใส

การดื่มน้ำในปริมาณมากทำให้ผิวยืดหยุ่นและไม่แห้งกร้าน  ใบหน้าชุ่มชื่น เต่งตึงเป็นสีชมพู เพราะเลือดไหลเวียนดี Kenneth Ellner แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังบอกว่า “ภาวะร่างกายขนาดน้ำทำให้ผิวของคุณดูแห้งกร้านและมีรอยตีนกา ซึ่งสามารถแก้ให้หายได้ถ้าดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้น” นอกจากนี้เพื่อผิวที่ดีขึ้นและอ่อนวัยลงให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลมและกาแฟ อีกด้วย

 

2. ดื่มน้ำช่วยลดอาการอ่อนเพลีย

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการอ่อนเพลียก็คือภาวะขาดน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายภายในชุ่มชื้นขึ้นและลดภาวะขาดน้ำได้ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นมีแรงขึ้นกว่าเดิม ใครที่กำลังรู้สึกอ่อนเพลียลองจิบน้ำดูนะคะ รับรองว่าช่วยได้แน่นอน

 

3. ดื่มน้ำช่วยควบคุมแคลลอรี่

การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยลดความหิว และส่งผลให้รับแคลอรี่จากการทานอาหารน้อยลงด้วย นอกจากนี้น้ำเปล่ายังช่วยกำจัดของเสียและไขมันจากอาหารที่ทานเข้าไป ถ้าคุณเปลี่ยนจากดื่มน้ำหวานที่ให้แคลอรี่สูงมาเป็นน้ำเปล่าธรรมดาๆได้ รับรองว่าหุ่นสวยสมใจแน่ค่ะ

 

4. ดื่มน้ำช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย

ตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยเมื่อไตกรองสารพิษในของเหลวที่อยู่ในร่างกายแล้วก็จะถูกขับออกมาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เหงื่อ และปัสสาวะ การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาได้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดการติดเชื้อในท่อปัสสาวะและนิ่วในไตได้

 

5. ดื่มน้ำช่วยรักษาอาการปวดหัว

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลว่าการดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอช่วยลดอาการปวดหัวได้ แม้อาการปวดหัวจะเกิดจากหลายสาเหตุ แต่การขาดน้ำก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยเช่นกัน ดังนั้นอาการไมเกรนและปวดหลัง แท้จริงแล้วอาจมีสาเหตุมาจากภาวะขาดน้ำในร่างกายได้ ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างเพียงพอนี่ล่ะจะสามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

 

6. ดื่มน้ำช่วยเรื่องการทำงานของไต

ถ้าคุณดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอต่อวัน น้ำปัสสาวะของคุณจะมีสีเหลืองเข้มและมีกลิ่นแรงขึ้น แต่ถ้าคุณดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอน้ำปัสสาวะจะไหลผ่านไตได้อย่างปกติ การดื่มน้ำเปล่ายังช่วยลดภาวะการติดเชื้อของไต และลดความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตด้วย

 

7. ดื่มน้ำช่วยป้องกันมะเร็ง

มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยลดการอุบัติขึ้นของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เพราะการดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งการปัสสาวะบ่อยๆ จะช่วยลดการก่อตัวของสารก่อมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะได้ นอกจากนี้การดื่มน้ำอย่างเพียงพอไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำก็ยังช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านมได้อีกด้วยค่ะ 

 

8. ดื่มน้ำช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

การดื่มน้ำไม่เพียงพอเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขับถ่ายและการย่อยอาหาร การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงเรื่องปัญหาในระบบย่อยอาหาร เช่น กรดไหลย้อน เพราะน้ำจะช่วยเจือจางกรดในระบบย่อยอาหารของคุณ

 

9. ดื่มน้ำดีต่อสุขภาพหัวใจ

มีการศึกษาหนึ่งพบว่าปริมาณน้ำที่ดื่มนั้นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าการดื่มน้ำมากขึ้นทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง โดยจะทำให้เลือดไม่ข้น การไหลเวียนเป็นไปได้ง่าย สูบฉีดดี หัวใจจึงไม่ทำงานหนัก ไม่เมื่อยล้า ไม่เหนื่อยง่าย หัวใจเป็นปกติ มีประสิทธิภาพดีและแข็งแรง แต่การดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง อย่างเช่นโซดา หรือ น้ำผลไม้ จะทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจสูงขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

10. ดื่มน้ำช่วยลดอาการแฮงค์

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และทำให้เกิดอาการแฮงค์ การดื่มน้ำหนึ่งแก้วหลังจากที่คุณจิบแอลกอฮอล์ จะช่วยลดภาวะขาดน้ำได้อีกทางหนึ่ง แถมยังช่วยให้อาการแฮงค์หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอีกด้วย

 

11. ดื่มน้ำช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกายในขณะออกกำลังกาย

การออกกำลังกายทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น และการดื่มน้ำในขณะที่ออกกำลังกายจะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงได้ และช่วยทดแทนของเหลวในร่างกายที่เสียไปจากการขับเหงื่อ แต่ก็ควรจะดื่มน้ำอย่างเหมาะสม โดยค่อย ๆ จิบน้ำหลังจากออกกำลังกาย ไม่ควรดื่มรวดเดียวเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการจุกและเป็นอันตรายได้

 

12. สร้างเสริมสมองให้ทำงานดีขึ้น

การศึกษาในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ พบว่านักศึกษาที่นำน้ำเข้าไปดื่มด้วยในห้องสอบ จะทำข้อสอบได้คะแนนดีกว่า นั่นก็เป็นเพราะว่าน้ำจะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ส่งผลต่อการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะในเรื่องของความจำหรือการคิดประมวลผลต่างๆนั่นเอง

 

น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ ร่างกายของเราไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากน้ำได้เลย ดังคำโบราณบอกว่าขาดอาหารกินเราอยู่ได้ 7 วัน แต่ถ้าขาดน้ำเราจะอยู่ได้เพียง 3 วันเท่านั้น แต่ถ้าขาดอากาศหายใจเราจะอยู่ได้เพียงสามนาที ดังนั้นจะเห็นได้ว่าน้ำนั้นมีความสำคัญมากอีกทั้งน้ำยังนำพาสิ่งดีและไม่ดีเข้าสู่ร่างกายเราได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอย่าละเลยในการดื่มน้ำกันเลยค่ะ ถึงแม้อาจจะปวดปัสสาวะบ่อยแต่ถ้าปัสสาวะมีสีใสก็ยังดีกว่าปัสสาวะเป็นสีอื่นและมีกลิ่นนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนน

6 เหตุผล ทำไมอาหารมื้อเช้าจึงมีความสำคัญ

breakfast-1 “อาหารเช้าสำคัญ” มากนะรู้ยัง? อาหารมื้อเช้า มีคำศัพท์ในภาษาอังกฤษว่า “Breakfast” แปลแบบตรง ๆ โดยนำคำว่า “Break” ที่แปลว่า “หยุด”  กับคำว่า “Fast” ที่แปลว่า “การอดอาหาร” มารวมกัน ดังนั้น Breakfast จึงหมายความว่า “การหยุดการอดอาหาร” คนเรามักจะรับประทานอาหารเย็นเวลา 6 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่มโดยประมาณการเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นก็มักจะเป็นการทำกิจกรรมเบา ๆ พักผ่อนสมอง ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนหลับ อาหารมื้อดึกกว่านี้จึงจัดเป็นโทษต่อร่างกายเพราะแทนที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นมาตลอดวันแต่กลับต้องมาเสียเวลาและพลังงานเพื่อย่อยอาหารนับรวมแล้วร่างกายต้องอดอาหารกว่าจะถึงเช้าวันใหม่เป็นเวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมง ร่างกายมนุษย์ประกอบไปด้วยเซลล์จำนวนมหาศาล ซึ่งทุกส่วนประกอบย่อย ๆ เล็ก ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเหล่านั้นล้วนต้องการน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากกระบวนการเผาผลาญอาหารมาใช้เพื่อเป็นพลังงานให้การทำงานของอวัยวะทุกส่วนเป็นไปอย่างปกติ ซึ่งระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดนั้นจะสูงสุดในช่วงระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของตับและบรรดาฮอร์โมนเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด (counteregulatory hormone) ที่จะมาช่วยกันรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ต่ำเกินไปจนเซลล์เกิดความเสียหาย รวมทั้งต้องเพียงพอต่อการทำงานของ 2 อวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการมีชีวิตมนุษย์ซึ่งก็คือสมองและหัวใจ  รู้อย่างนี้แล้ว วันนี้คุณทานอาหารเช้ากันหรือยังคะ? บางคนก็เร่งรีบในการทำภาระกิจตอนเช้าเพื่อต้องรีบไปให้ถึงที่ทำงาน นอนดึกตื่นสายบ้างจนต้องข้ามอาหารเช้ามาทานบ่ายซะงั้น บ้างก็ต้องการลดหุ่นโดยการงดรับประทานอาหารเช้า หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หารู้ไม่ว่าคุณกำลังทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ การข้ามหรืองดอาหารเช้าไปถือว่าทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงเลยด้วย เมื่อก่อนก็เคยทำค่ะแต่เหตุผลของเราคือตอนเช้าๆมันไม่มีความรู้สึกหิวหรืออยากกินอะไรเลย เคยเป็นไหมคะ? และด้วยความที่ไม่รู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างแรง และเป็นการทำร้ายตัวเองโดยตรงเลยด้วย จนต้องมารู้สึกกับตัวเองว่าเวลาไปเรียนหรือจะทำงานแล้วสมองมันตื้อๆ ไม่สดใสปรอดโปร่งเอาซะเลย และบางคนก็คงคิดล่ะสิว่าถ้าข้ามอาหารเช้าไปมื้อนึงแล้วคงไม่เป็นไรหรอกแถมยังจะช่วยลดน้ำหนักลงเสียอีก แต่คิดผิดถนัดเลยแหละค่ะ มันจะไปหนักอาหารมื้ออื่นโดยเฉพาะเจ้าอาหารมื้อเย็นนี่ตัวดีเลยจัดหนักจัดเต็ม นอกจากน้ำหนักไม่ลดแล้วเจ้ากรรมดันเพิ่มน้ำหนักเราขึันเสียอีกแหน่ะ!

ต่อไปนี้เราต้องจำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ * อาหารมื้อเช้าให้กินอย่างราชา อาหารมื้อกลางวัน ให้กินอย่างเศรษฐี อาหารมื้อเย็นให้กินอย่างยาจก หรือ อาหารมื้อเช้าบํารุงสมอง อาหารมื้อกลางวันบํารุงกําลัง อาหารมื้อเย็นบํารุงร่างกาย และเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการรับประทานอาหารมื้อเช้าคือ 7.00 – 9.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารของเราเริ่มทํางานนั่นเองค่ะ

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกโรงเตือนคนที่งดอาหารเช้าเพราะต้องการลดน้ำหนัก ซึ่งพบมากในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ว่าเป็นความเชื่อที่ผิดและก่อให้เกิดผลเสียตามมาเนื่องจากการงดอาหารเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมีอารมณ์หงุดหงิด สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก เพราะสมองต้องการน้ำตาลกลูโคสหล่อเลี้ยงตลอดเวลาทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียนหรือทำงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือการทำงานจะด้อยกว่าคนที่กินอาหารเช้าช่วงสายของวันจะรู้สึกหิวและหันมากินจุบกินจิบ ส่งผลให้น้ำหนักตัวขึ้นง่ายสำหรับเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นการได้รับอาหารเช้าที่เหมาะสมจะยิ่งมีความสำคัญเพราะอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโตจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เต็มตามศักยภาพ

 

ทำไมต้องรับประทานอาหารเช้า?

1. ช่วยให้ความจำดี

มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ การทำงานทำให้ระบบความจำทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

2. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้

โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

3. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้

อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ นั่นเพราะจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีกจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

4. ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ

ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะในตอนเช้าเลือดของเรามีความเข้มข้นสูงและทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

5. ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว

การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมงจะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนาน หากนาน ๆ ไปสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่หากเราทานอาหารเช้าเข้าไปล่ะก็ มันจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันอยู่ได้ค่ะ

6. ช่วยพัฒนาสมอง

สำหรับเด็ก ๆ การอดอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์และยังส่งผลต่อสติปัญญา ทำให้ขาดสมาธิ ส่งผลเสียในระยะยาวอีกด้วยนะคะ

 

ผลเสียของการไม่รับประทานอาหารมื้อเช้า

  • การไม่รับประทานอาหารเช้านั้นร่างกายจะขาดสารอยู่สองตัวที่สำคัญ คือ แม็คนิเซียม และ ธาตุเหล็ก สารอาหารสองอย่างนี้จะไปเพิ่มการเผาผลานพลังงานได้ดีขึ้น เมื่อไม่มีสารสองอย่างนี้ก็ทำให้ขาดพลังงาน แม็คนิเซียม และธาตุเหล็กจะทำให้สารเคมีที่มีอยู่ในสมองทำงานได้ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ทานอาหารเช้าจะทำให้เรา ขาดสมาธิ สมองเฉื่อยชา
  • ร่างกายขาดสารอาหารที่จําเป็นในการเสริมสร้างพลังงานและซ่อมแซมสิ่งที่ สึกหรอ ทําให้อวัยวะต่างๆไม่แข็งแรง
  • สมองไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ ทําให้ไอคิวต่ำ เฉื่อยชา ขาดความว่องไว ความจําไม่ดีขาดความ กระตือรือร้น
  • ถ้าไม่ได้รับประทานอาหารเช้าเป็นเวลานาน กระเพาะจะไม่แข็งแรง การขับถ่ายไม่ดี กล้ามเนื้อเหลว  ผิวเหี่ยวและคล้ำ แก่เร็ว ภูมิต้านทานลดลง ปวดหัว ปวดเข่า ความจําเสื่อม เป็นอัลไซเมอร์

 

นอกจากนั้นอาหารเช้ายังลดโรคด้วยนะจ๊ะ

การกินอาหารเช้าจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้อีกด้วย สำหรับคนที่จะลดหุ่นโดยการงดอาหารเช้านี่ ผิดมหันต์เลยค่ะ แต่อาหารเช้าจะไปช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักต่างหากล่ะคะ ก็เพราะว่าจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่ เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีก จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้น และนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัว

ถ้าต้องการให้ร่างกายได้ประโยชน์จากอาหารมื้อเช้ามากขึ้น ก็ควรพิจารณาเลือกชนิดอาหารที่มี คารโบไฮเดร์ต โปรตีน ธัญพืชไม่ขัดสี ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ อาหารทะเลให้กรดอะมิโน ไข่ อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี และโคลีนช่วยการทํางานเกี่ยวกับความจํา แม้ไข่จะมีคลอเลสเตอรอลสูง แต่ไข่วันละฟองในมื้ออาหารที่สมดุลนนั้น ข้อมูลการวิจยเปิดเผยว่าไม่เป็นผลเสีย อาหารแคลเซียมสูง เช่น นมโยเกิร์ต นมถั่วเหลือง หรือธัญพืชเสริมแคลเซียม น้ำส้มช่วยในการเผาผลาญไขมันและลดการสะสมไขมันในร่างกาย

 

ส่วนคุณพ่อคุณแม่บางคนก็จะให้ลูกๆกินข้าวเช้าก่อนไปโรงเรียนกันใช่ไหมล่ะคะ เพราะการไม่กินอาหารเช้าจะทําให้ร่างกายขาดพลังงาน และจะมีผลต่อการเรียนรู้และความจำ ดังนั้นการกินอาหารเช้าจึงทําให้สมองทํางานได้ดีจะช่วยให้มีสมาธิในการเรียน สำหรับคนที่ไม่กินอาหารเช้าควรปรับพฤติกรรมใหม่หันมากินอาหารเช้ากันเถอะนะคะ เพื่อให้การทํางานในแต่ละวันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทําให้การรับรู้และความจำดีขึ้นอีกด้วย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราควรมาใส่ใจกับมื้อเช้ากันค่ะ