kiss-you-1

16 อาหารที่ช่วยเสริมสร้างพลังทางเพศ

kiss-you-1ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เชื่อกันว่ามีตัวช่วยหลายอย่าง ที่สามารถทำให้คุณกับคู่รักมีความสุขกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งก็มีถูกบ้างไม่ถูกบ้างและก็ยังทำการค้นหาข้อมูลอยู่ร่ำไปอาหารประเภทไหน อาหารอะไรที่จะช่วยบำรุงเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศให้มีประสิทธิภาพฟิตปั๋งได้ในยามที่ต้องการ ซึ่งอาหารเสริมพลังทางเพศ หรือ Aphrodisiac รากศัพท์มาจาก Aphrodite (อะโฟรไดท์) ซึ่งเป็นนามของเทพธิดาแห่งความรักในยุคกรีกโบราณ ธิดาองค์นี้จุติจากพรายน้ำฟองคลื่นในท้องทะเล และเชื่อต่อมาว่าอาหารทะเลล้วนแต่เป็นยาบำรุงทางเพศชั้นเยี่ยม ในทางวิทยาศาสตร์อาหารทะเลอุดมด้วยแร่ธาตุสังกะสีสูงกว่าอาหารอื่นๆ เพราะเจ้าแร่ธาตุตัวนี้เองที่ร่างกายเราเอาไปผลิตฮอร์โมนหลักของเพศชาย เพื่อเพิ่มพลังทางเพศชื่อเทสโทสเตอโรน และถึงแม้ว่าอาหารทะเลจะขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยเพิ่มพลังทางเพศ แต่ก็ยังมีอาหารอื่นๆ อีกอยู่ไม่น้อยที่น่าสนใจและควรจดเก็บไว้เป็นข้อมูลไม่แพ้กันค่ะ วันนี้เลยนำรวบรวมอาหารต่างๆ มานำเสนอให้เป็นตัวเลือกในการรับประทานกันค่ะ

16 อาหารที่ช่วยเสริมพลังทางเพศ

sun-set-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.หอยนางรม

คงจะได้ยินสรรพคุณอันเลื่องลือของหอยนางรมเกี่ยวกับอาหารที่ถูกยกให้เป็นอาหารของความรักมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา หอยนางรมมีชื่อสามัญคือ Oyster ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Crassostrea Commercialis หอยนางรมเป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารที่จัดได้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีธาตุสังกะสีมาก เพื่อช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานปกติ ต่อมลูกหมากนี้โตง่ายตามวัยที่สูงขึ้น และตามฮอร์โมนเพศชายที่เปลี่ยนไป นอกจากนั้นในหอยนางรมตัวขาวๆ ยังมีสารโดพามิน (Dopamine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการมีเซ็กซ์

       

2.ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตเป็นขนมหวานสุดโปรดของผู้หญิง แต่เดิมเรียกช็อกโกแลตว่า คาคาฮอดทัล หรือ ช็อกโกลาตส์ ถือกำเนิดขึ้นที่เม็กซิโก ผลิตจากเมล็ดโกโก้ที่มีรสขม ซึ่งในช็อกโกแลตมี Theobromine คล้ายคาเฟอีน และ Phenylethylamine ซึ่งสารฟีนิลอลานิน ( Phenylalanine) ที่มีอยู่มากในช็อกโกแลตจะช่วยเพิ่มระดับของฮอร์โมนเอ็นดอฟิน ( Endorphin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขต่อทางเพศ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันในเทศกาลวาเลนไทน์นั้นนอกจากดอกกุหลาบ ก็จะนิยมมอบช็อกโกแลตให้แก่กันเพื่อบ่งบอกความนัยที่ซ่อนอยู่ในขนมรสขมหวานกลมกล่อมนี้ว่า ทั้งเธอและเขาอยู่ในห้วงเวลาของความรักจริง ๆ ไม่ใช่อิงนิยาย ช็อกโกแลต 100 กรัมให้พลังงานมากถึง 550 แคลอรี่ นอกจากนั้นชอคโกแลตยังมีสารแอนตี้ออก ซิแดนท์ (Anti-oxidants) ที่ช่วยป้องกันโรคและดีต่อสุขภาพและทำให้มีชีวิตชีวาขึ้น

 

3.กล้วย

กล้วย ผลไม้สีเหลืองทรงคุณค่าและประโยชน์ ถึงแม้จะให้พลังงานที่ค่อนข้างสูงแต่ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ ที่ดีต่อร่างกายมากมาย จำพวกวิตามินบี 6, วิตามินบี 12, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต อีกทั้งยังประกอบไปด้วยเอนไซน์ Bromelain ที่เชื่อว่าสามารถเพิ่มสัญชาติญาณทางเพศให้ผู้ชายได้ นอกจากนั้นกล้วยยังมีประโยชน์ค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดความดันโลหิต, ช่วยแก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง, ช่วยแก้อาการท้องผูก ทราบประโยชน์อย่างนี้อย่ามัวรีรอล่ะ

 

4.Celery

เซเลรี่ หรือผักขึ้นฉ่ายหลวงซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยมหรือรู้จักของคนไทยเท่าไหร่ แต่สรรพคุณกลับไม่ควรที่จะมองข้ามเลยทีเดียว เนื่องจากเซเลรี่มีสาร แอนโดรสเตอโรน (Androsterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นอารมณ์ทำให้ทั้งชายและหญิงที่ได้ลิ้มลองรสชาติของเซเลรี่แล้วจะเคลิบเคลิ้มได้ตามๆกัน และการรับประทานเซเลรี่สามารถเพิ่มระดับ Pheromone ในเหงื่อ สามารถทำให้เกิดความดึงดูดทางเพศได้ แต่ต้องมั่นใจว่าผักนั้นปลอดสารพิษ เพราะสารพิษในเซเลรี่มีได้มากถึง 67 ชนิด ซึ่งสามารถทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ด้วยเหมือนกัน

 

5.ไข่

ไข่ ที่ไม่ว่าจะเป็นไข่นกหรือไขปลาและคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะสามารถเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เชื่อหรือไม่ว่าไข่นี่แหละเป็นตัวช่วยในเรื่องการบำรุงทางเพศได้ ซึ่งไข่มีวิตามินสูงทั้งบี 5 และบี 6 จะไปช่วยบำรุงและปรับระดับของฮอร์โมนและลดความเครียด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีผลต่อความต้องการทางเพศ ทำให้มีแรงขับเคลื่อนอารมณ์ทางเพศสูงขึ้น

 

6.Avocados  

อโวคาโด ที่มีชื่อโบราณว่า Ahuacatl หรือลูกอัณฑะ นั่นก็เนื่องมาจากรูปร่างของผล avocados นั่นเอง ด้วยความเซ็กซี่ของผลไม้ชนิดนี้จึงทำให้นักบวชชาวสเปนห้ามนำเข้ามาในโบสถ์ เพราะมีสารเพิ่มความต้องการทางเพศน่าจะมาจากการมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมากและมีกรดไขมันที่อิ่มตัวน้อยมาก ทำให้เกิดผลดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด ทุกอย่างที่สามารถบำรุงให้หัวใจทำงานดีก็จะส่งผลให้หัวใจสามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดี  ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาโรคหัวใจนั้นก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ได้มากขึ้นกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า อีกทั้งอะโวคาโดยังมีส่วนผสมของกรด โฟลิค ที่ช่วยระบบเผาผลาญช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย และวิตามินบี 6 และโปแตสเซี่ยม

 

7.พริก

ใครจะรู้ว่าการรับประทานอาหารรสจัดจากความเผ็ดที่ซู่ซ่าจากพริกจะทำให้เพิ่มความต้องการทางเพศได้ สารที่เป็นตัวเพิ่มความต้องการทางเพศ คือสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด นั่นก็คือ capsicin ซึ่งหากสังเกตดีๆ เรามักจะมีอารมณ์ดีขึ้นเมื่อรับประทานพริก เพราะ capsicin นี่เองที่เป็นตัวทำหน้าที่หลักนี้ โดยสารนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นรวมไปถึงกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราอารมณ์ดีและมีความสุข

 

8.หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งจัดให้เป็นผักที่ให้คุณค่าต่อการกระตุ้นทางเพศกับเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งหน่อไม้ฝรั่งนี้มีพลังบำรุงตัณหาอย่างน่าอัศจรรย์ หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินบีและโฟเลตช่วยร่างกายในการสร้าง Histamine ซี่งสำคัญมากในเรื่องระดับความต้องการทางเพศทั้งชายและหญิง ทั้งช่วยกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ช่วยผลักดันอารมณ์ทางเพศให้กับชายและหญิงสูงมากขึ้น ทำให้สมรรถภาพทางเพศสมบูรณ์มากขึ้น ช่วยให้เราทำกิจกรรมทางเพศได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

 

9.Almonds

Almond ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่เพิ่มความปรารถนาเป็นตัวกระตุ้นทางเพศ และช่วยในเรื่องของการมีบุตรยากอีกด้วยเช่นเดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง อัลมอนต์เมล็ดมหัศจรรย์มีสารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนให้กับผู้ชาย แร่ธาตุอยู่มากมายที่สำคัญต่อสุขภาพทางเพศ เช่น Zinc Selenium Vitamin E ซึ่ง Zinc นั้นช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้

 

10.แตงโม      

แตงโม เป็นผลไม้ที่มีผู้เชี่ยวชาญบางคนยกย่องให้แตงโมเป็นไวอะกร้าขนานใหม่ การรับประทานแตงโมจะส่งผลคล้ายไวอะกร้าต่อระบบไหลเวียนโลหิตทั่วทั้งร่างกาย และอาจจะไปเพิ่มความต้องการทางเพศได้ด้วย ผลไม้ชนิดนี้มี Citruline amino acid ซึ่งดีต่อระบบไหลเวียน และช่วยคลายเส้นเลือดซึ่งสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ นอกจากเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นช่ำใจแล้วยังมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

11.มะเดื่อ

หนึ่งในผลไม้ที่พระนางคลีโอพัตราโปรดปราน นักวิชาการชาวยุโรปเคยกล่าวว่า มะเดื่อได้รับการตีค่าเป็นอาหารกระตุ้นความรู้สึกทางเพศจากลักษณะที่คล้ายคลึงอวัยวะเพศหญิง และตำนานกรีกยังให้ราคามะเดื่อว่ามีค่ามากกว่าทองคำ อีกทั้งยังมีค่านิยมและความเชื่อว่ามะเดื่อนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญพันธุ์ด้วย

 

12.กระเทียม

แม้การรับประทานกระเทียมนั้นอาจจะเป็นตัวการที่ทำให้เสียบบรรยากาศหวานแหววของคุณกับคู่รัก แต่ใครจะทราบว่ากระเทียมที่มีกลิ่นเป็นภาระต่อคนอื่นนั้นจะเป็นตัวปลุกเร้าความต้องการทางเพศของคุณได้ซะอย่างนั้น เนื่องจากกระเทียมมีสาร อัลลีซิน (Allicin) ที่เชื่อว่าเป็นตัวเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ เนื่องจากประสิทธิภาพจากกระเทียมนั้นไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน คุณจึงต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องสักประมาณหนึ่งเดือนเพื่อให้ได้รับผลอย่างเต็มที่ ถ้าคุณไม่สามารถทนรับประทานกระเทียมดิบๆได้ งั้นก็ลองหากระเทียมในรูปแบบของแคปซูลก็ได้ค่ะ

      

13.สตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่ผลไม้ที่น่าอัศจรรย์และด้วยรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว สีสันสดใสนั้นเป็นแหล่งสำคัญของโฟลิคแอซิด และวิตามินบี ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดทารกพิการในผู้หญิง อีกทั้งสตรอเบอร์รี่อาจจะสัมพันธ์กับปริมาณสเปิร์มที่สูงในผู้ชายอีกด้วย ด้วยวิตามินซีที่สูงยังส่งผลให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี สร้างความสุขสดชื่นให้คุณผู้หญิงดูมีเสน่ห์อีกด้วยค่ะ

 

14.เมล็ดฟักทอง

เมล็ดฟักทองก็มีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีมาก เช่นเดียวกับหอยนางรม ซึ่งจะไปช่วยในเรื่องความแข็งแรงของอสุจิและป้องกันการขาดฮอร์โมน testosterone ในเพศชาย นอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ไปเพิ่มความต้องการทางเพศได้อีก จำพวกวิตามิน B, E, C, D, K และแร่ธาตุ เช่น Calcium, Potassium, Niacin และ Phosphorous

 

15.ไวน์แดง

ไวน์แดงเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จริงแต่ถ้าเลือกดื่มให้ดีก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งจากการวิจัยได้ชี้ว่าแอลกอฮอล์ในไวน์จะมีสารที่ช่วยบำรุงเลือดได้เป็นอย่างดี และช่วยในเรื่องความอยากกระหายทางเพศระหว่างทั้งชายและหญิงอีกด้วย  

 

16.เมล็ดถั่วต่างๆ

เมล็ดถั่วต่างๆนี้ มีความมหัศจรรย์ต่อการบำรุงกำลังทางเพศ จากสารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนให้กับผู้ชายและกลิ่นหอมของมันยังช่วยเพิ่มความเสน่หาให้คุณทั้งสองได้อีกด้วย ถั่วเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมที่ช่วยบำรุงกำลังทางเพศทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดีอีกด้วย

 

 

www.flickr.com/photos/xokammie/7224536766/

www.flickr.com/photos/sea-turtle/7418539202/

arnica-1

Arnica Montana คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร

arnica-2ARNICA MONTANA 

วันนี้มีตัวพืชสมุนไพรหนึ่งตัวที่น่าสนใจและอยากจะนำข้อมูลมาเสนอให้รู้จักกันค่ะ ซึ่งในประเทศไทยเราอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก ส่วนใหญ่จะรู้จักกันในหมู่เวชสำอางค์ ตัวยาหรือครีมในด้านศัลยกรรมกัน เห็นว่าประโยชน์จากพืชสมุนไพรตัวนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยอยากจะนำเอาข้อมูลมาให้ทำความรู้จักกันมากขึ้นค่ะ และพืชสมุนไพรตัวนี้มีชื่อว่า “Arnica Montana” หรือในบางประเทศก็จะเรียกว่า “the mountain daisy” ค่ะ เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเทือกเขายุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือและเอเชีย ซึ่งเจ้าพืช Arnica นี้มีลักษณะเป็นดอกสีเหลือง และก็เป็นพืชอยู่ในตระกูลดอกทานตะวัน (Asteraceae) คำว่า“Arnica”นั้นมาจากภาษากรีกมีความหมายว่าลูกแกะ ซึ่งสื่อความหมายถึงความอ่อนนุ่มและอ่อนโยนนั่นเองค่ะ 

 

เกี่ยวกับ Arnica Montana

 

  • Arnica Montana ดอกสีเหลืองนี้มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อโรคและช่วยการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ Arnica เป็นที่นิยมสำหรับบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากรอยฟกช้ำหรืออักเสบ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ anti-aging และช่วยลดอาการบวมอีกด้วย
  • Arnica Montana ตัวนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นยาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แล้วค่ะ โดยคนสมัยก่อนมักจะใช้ Arnica เป็นยาทาสำหรับคลายกล้ามเนื้อแก้เคล็ดขัดยอก รอยฟกช้ำ โรคข้ออักเสบ แก้สิว ปากแห้งลอก แม้กระทั่งแมลงกัดต่อยอีกด้วยนะคะ เนื่องจากเจ้าตัวArnica นี้มีสารที่ทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการลดรอยบวมช้ำจากการบาดเจ็บของผิวหนังและยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
  • Arnica Montana ยังได้รับความนิยมอย่างมากในแถบยุโรป โดยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการบวมแดง ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกตามลักษณะการใช้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบครีม เจล หรือโลชั่น พร้อมผลการวิจัยรับรองจากประเทศเยอรมันและสหรัฐอเมริกา
  • Arnica Montana โดยในต่างประเทศนั้น Arnica จะเหมาะกับผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมเป็นอย่างมาก อีกทั้งศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ยังแนะนำให้คนไข้ใช้ผลิตภัณฑ์จาก Arnica ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ทำตา ทำจมูก ยกกระชับใบหน้าหรือแม้แต่การทำ Botox, Filler รวมทั้งร้อยไหมที่ไม่ได้ผ่านการผ่าตัดอีกด้วยค่ะ เนื่องจากจะช่วยลดอาการบวมแดง และรอยเขียวช้ำจากการทำศัลยกรรมได้อย่างดีและอ่อนโยน
  • Arnica Montana อยู่ในรายชื่อพืชที่อนุญาตให้ผสมในอาหารได้ของ Council of Europe category N2 ซึ่ง cetegory บ่งบอกได้ว่าสามารถใช้ใส่ลงไปในอาหารได้ในปริมาณน้อย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยถูกองค์การอาหารและยาของอเมริการะบุว่าเป็นสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัย และจะใส่เข้าไปได้ในอาหารกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น

 

เราจะเห็นได้ว่าพืชสมุนไพร Arnica Montana ตัวนี้ ดูมีความโดดเด่นและมีประโยชน์มากมายแต่ถึงยังไงก็ไม่ควรกลืนกินเข้าทางปาก ยกเว้นในรูปของการเตรียมเป็นยาแบบโฮมีโอพาธีย์สำหรับการใช้ภายนอก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน และไม่ควรทาในบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล ถ้าหากทาไปแล้วมีอาการแพ้ให้หยุดทาต่อทันที

อาการผื่นแพ้แบบรุนแรงอาจเกิดได้ในการใช้รูปแบบ tincture มาทาผิวหนัง

ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรนั้นยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับการใช้ Arnica

 

 

www.flickr.com/photos/rveldwijk/3597816570/

www.flickr.com/photos/42244964@N03/3938364127/

eating-foods-1

15 อาหารว่างที่กินแล้วอิ่มและไม่ทำให้อ้วน

eating-foods-1Snack หรือ อาหารว่าง ที่เราชอบรับประทานเล่นระหว่างมื้อหนัก หรือบางทีอาหารว่างบางชนิดก็อาจจะกลายเป็นมื้อหนักได้เช่นกัน ก็เนื่องจากพลังงานแคลอรี่ที่สูงพุ่งปรี๊ดกว่าอาหารมื้อหลักที่เราทานกันซะอีก โดยเฉพาะในสาวๆ อย่างเรา ชอบรับประทานอาหารหลายมื้อยิบย่อย นู่นก็อยากกิน นี่ก็น่าทานไปซะหมด กินจุกจิกเป็นว่าเล่นได้ทุกวัน บอกแค่ชิมกินไปกินมามันก็เพลินหันมาอีกทีเอ้าหมดและ ถึงแม้ว่าที่เรากินๆกันไปมันก็อร่อยถูกปาก อิ่มท้อง สบายตัว แต่ว่าหลังจากนั้นล่ะคะ น้ำหนักที่บอกว่ากำลังควบคุมอยู่กลับกลายเป็นว่าต้องมาปลอบใจตัวเองและบอกว่า พรุ่งนี้ค่อยลด? น้ำหนักที่ขึ้นมาราวกับจรวดนั้นก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราไม่ชอบ แต่ทว่าอาหารว่างบางชนิดมันยังไปกระทบกับสุขภาพด้านอื่นๆ ของเราด้วยเช่นกันค่ะ การหักห้ามใจไม่ให้ทานของว่างในดวงใจรสเลิศมันอาจจะยาก แต่ผลที่ตามมามันอาจจะยุ่งยากในการแก้ไขกว่าหรือบางทีอาจจะสายเกินแก้ก็เป็นได้ค่ะ วันนี้ทาง HealthGossip ก็ไม่ใจร้ายแล้วบอกว่า ห้าม กินซะทีเดียวนะคะ สุขภาพของเรา ต่อให้มีเงินเป็นหลายล้านแต่ถ้าไม่เลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพเราทานแล้ว บางทีเราก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่มันแย่ลงให้กลับมาดีดังเดิมได้ค่ะ วันนี้ขอนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารว่างที่รับประทานแล้วไม่ทำให้อ้วนที่ทั้งทานแล้วอิ่มแถมยังดีต่อสุขภาพมาเสนอกันค่ะ

 

15 อาหารว่างที่กินแล้วอิ่มและไม่ทำให้อ้วน

mix-peanuts-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. ช็อคโกแลต

คงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่สาวต้องมีติดตู้เย็นเพื่อรับประทานอย่างแน่นอน แต่ขอให้เลือกดูสักนิดนึงก่อนซื้อ ช็อกโกแลตที่ควรเลือกรับประทานควรมีปริมาณส่วนผสมของโกโก้เยอะที่สุดยิ่งเยอะยิ่งดี ควรมีที่ 70% ขึ้นไป หรือที่เราเรียกกันว่า ดาร์กช็อกโกแลต นั่นแหละค่ะ ช็อคโกแลตบาร์ขนาด 28 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 150 กิโลแคลอรีเท่านั้น นอกจากจะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นแล้วสารต่อต้านอนุมูลอิสระยังมีมากมายเชียวล่ะค่ะ

 

2. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

โยเกิร์ตขอให้เลือกเป็นรสธรรมชาติ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อม ไซรัป หรือน้ำตาลนะคะ นอกจากโปรตีนจากโยเกิร์ตจะช่วยทำให้เราอิ่มท้องแล้ว จุลินทรีย์ชนิดโพรไบโอติกส์ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพในส่วนของระบบขับถ่าย ช่วยแก้ปัญหาท้องอืด และยังเป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานแคลลอรี่ที่ต่ำอีกด้วยค่ะ ยังไงโยเกิร์ตก็เป็นอีกตัวเลือกที่ควรหยิบมาใส่ตะกร้าและมาเก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้านนะคะ ดูซีรี่ย์เพลินๆ ตักโยเกิร์ตเย็นๆ เข้าปากไป อะไรจะฟินปานนั้น

 

3. เมล็ดธัญพืชต่างๆ

เมล็ดธัญพืชต่างๆ จำพวกอัลมอนด์ เมล็ดมะม่วงหิมะพาน พิตาชิโอ เมล็ดแตงโม หรือเมล็ดทานตะวัน อย่างที่หลายๆคนทราบดีว่าเมล็ดธัญพืชนั้นมีสารอาหารที่ดีมากมาย ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย อีกทั้งไฟเบอร์ยังช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่หิวบ่อยอีกด้วยค่ะ แต่อย่างไรทานเยอะไปก็ไม่ดีเนื่องจากจะทำให้อ้วนได้เหมือนกัน ทานแค่วันละ 1 กำมือกำลังพอดีค่ะ

 

4. สาหร่ายอบกรอบ

เป็นอีกหนึ่งของอาหารว่างที่หลายๆ คนคงชอบกัน รสชาติอร่อยและรับประทานได้เพลินๆ กันเลยทีเดียวสำหรับสาหร่ายอบกรอบ ย้ำว่าเป็นสาหร่ายที่ผ่านการอบไม่ใช่แบบทอดน้ำมันนะคะ ความจริงแล้วถ้าจะให้ดีควรเป็นสาหร่ายแบบสดจะให้คุณประโยชน์มากกว่า แต่สำหรับคนไทยอย่างเราคงจะนำเอามารับประทานเป็นของว่างลำบาก ในส่วนของสาหร่ายสดนั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างเช่นวุ้นและเส้นใย ที่จะสามารถช่วยลดปริมาณการสะสมไขมันส่วนเกินของร่างกายเราได้เป็นอย่างดี เช่น ซุปสาหร่าย ซูชิห่อสาหร่าย และข้าวห่อสาหร่าย

 

5. กาแฟดำ

เครื่องดื่มคงเป็นอีกของว่างชนิดหนึ่งที่คนไทยต้องมีไว้ดื่มกันเพลินๆ ตัวเลือกที่ควรสั่งซื้อก็เช่น อเมริกาโน่ จะร้อนจะเย็นได้หมด เนื่องจากอเมริกาโน่เป็นกาแฟที่ไม่ใส่ส่วนผสมอื่น ๆ นอกจากกาแฟเพียวๆ ซึ่งตอนแรกอาจจะยากในการดื่มสักหน่อยในคนที่ชอบดื่มน้ำหวาน ขั้นแรกเราอาจจะผสมนมพร่องมันเนยลงไปแล้วอาจจะทำให้ดื่มได้ง่ายขึ้นค่ะ กาแฟดำให้ประโยชน์มากมายและเหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมากเลยค่ะ

 

6. ขนมปังโฮลวีท

ขนมปังโฮลวีทเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าขนมปังขาว เนื่องจากขนมปังโฮลวีทเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทเชิงซ้อนที่มีกากใยอาหาร ช่วยให้เราอิ่มท้องนานและค่อยๆ ย่อยช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่อีกด้วย ช่วยในเรื่องควบคุมน้ำหนักแล้วยังช่วยเรื่องของสุขภาพอีกด้วย แบบนี้แล้วจะไม่เลือกใส่ตะกร้าได้ไง เอาไว้เป็นอีกตัวเลือกของอาหารว่างกันเลยจ้า แต่ยังไงก็อย่าลืมว่าทานแต่พอดีวันละแผ่นสองแผ่นก็พอนะจ๊ะ

 

7. แอปเปิ้ลเขียว

ของว่างที่ไว้ทานเล่น ใช่ว่าจะเป็นแค่พวกขนมขบเคี้ยวซะเมื่อไหร่ ผลไม้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ให้ทั้งใยอาหารและวิตามินที่ดี อย่างแอปเปิ้ลเขียวหรือจะเป็นแอปเปิ้ลสีอื่น ๆก็ได้เหมือนกัน แต่ที่ให้เลือกแอปเปิ้ลเขียวเนื่องจากแอปเปิ้ลเขียวให้พลังงานน้อยและในแอปเปิ้ลเขียวนั้นมีเอ็นไซม์ที่สามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้ค่ะ อีกทั้งยังมีเอ็นไซม์ที่จะเผาผลาญสารอาหารช่วยทำให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น นอกจากเหมาะในคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักยังช่วยบำรุงผิวให้ดีขึ้นจากวิตามินต่างๆ

 

8. น้ำชา

น้ำชา เป็นเครื่องดื่มที่อยากแนะนำให้ดื่มเป็นเครื่องดื่มยามว่าง ควรดื่มน้ำชาที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือครีมเทียม ควรเป็นชาแท้ๆ ไม่ว่าจะชาเขียวหรือชาจีนถ้าดื่มแบบร้อนๆ นอกจากได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์อย่างเต็มที่แล้ว ยงช่วยทำให้เราไม่อ้วนอีกด้วย การดื่มน้ำชาสามารถทำให้ร่างกายของเรากระชุ่มกระชวน ร่างกายสดชื่น เพราะน้ำชามาส่วนประกอบของน้ำ สำหรับน้ำชาร้อน ๆ หรือน้ำชาอื่น ๆ สามารถช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้อย่างดีด้วยค่ะ

 

9. ป๊อบคอร์น

ใครจะรู้ว่าอาหารยามว่างอย่างป๊อปคอร์นก็จัดว่าเป็นเมนูที่ทานได้ เนื่องจากป๊อบคอร์นนั้นทำมาจากธัญพืชอย่างข้าวโพดซึ่งมีไฟเบอร์ค่อนข้างสูงพอตัว อีกทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสแน็กแค­ลอรีต่ำอีกตด้วย โดยป๊อปคอร์นประมาณ 3 ถ้วยตวงพูน ๆ จะให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรีเท่านั้น ควรเลือกป๊อปคอร์นที่ไม่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาลหรือเครื่องปรุงแต่งด้วยอื่น ๆ ที่มีรสชาติหวานค่ะ

 

10. แตงโม

แตงโมเป็นผลไม้ที่สามารถกินเล่นได้โดยไม่ทำให้อ้วน รับประทานเป็นอาหารว่างแบบเย็นๆ ก็ไม่เลว สำหรับแตงโมนั้นนอกจากให้ความชุ่มช่ำและสดชื่นแล้ว ยังมีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก อีกทั้งเส้นใยอาหารยังทำให้เรากินแล้วอิ่มไวและช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้เป็นอย่างดีค่ะ หรือจะนำมาปั่นใส่น้ำแข็งเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นไม่เบาค่ะ

 

11. ถั่วลิสง

ถั่วลิสง เป็นอาหารว่างที่ดีและมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ช่วยลดความอยากอาหารได้อย่างดีเลยค่ะ ซึ่งก็เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบกินจุกจิกระหว่างวันได้ไม่น้อย ถั่วลิสงมีโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ถึง 90% และมีกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการถึง 8 ชนิด คุณสามารถทานถั่วได้ ไม่เกิน 1 กำมือ เพราะถั่ว 10 เม็ด ให้แคลอรี่ประมาณ 45 กิโลแคลอรี่ ยังไงก็ตามทานน้อยก็ดีตรงที่ไม่ทำให้แน่นท้อง และเกิดแก๊ซ

 

12. ปลาเส้นอบไมโครเวฟ

ปลาเส้นถือว่าเป็นเมนูอาหารว่างทานเล่นที่หลายๆ คนชอบ แต่ถ้าจะทำให้ดูเป็นอาหารทานเล่นที่ไม่น่าเบื่อก็ลองเอาไปอบในไมโครเวฟให้พอกรอบ กรุบกรับ อย่างนี้ได้เป็นอาหารว่างที่แสนเพลินเลยทีเดียว ในปลาเส้นมีโปรตีนและให้พลังงานน้อยเหมาะกับเป็นอาหารว่างระหว่างวันได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

 

13. นมถั่วเหลือง

นมถั่วเหลืองนับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ควรเลือกดื่มอีกหนึ่งตัวเลือกเลยค่ะ นอกจากจะมีสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ อย่าง โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบโฮเดรต, เกลือแร่และวิตามินแล้ว โดยเฉพาะโปรตีนที่ได้จากถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนมากมายที่เหมาะมากๆ กับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักและรักสุขภาพ อีกอย่างถ้าจะให้ดีขอเป็นนมถั่วเหลืองน้ำตาลน้อยนะคะ

 

14. ผัก ผลไม้อบกรอบ

ผัก ผลไม้ที่นำมาอบกรอบรับประทานแทนมันฝรั่งทอด อย่างเช่น แครอท บีทรูท ฟักทอง หรือผักโขมอบกรอบ เป็นของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพและเหมาะมากๆกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ๆ นำผัก ผลไม้เหล่านี้มาอบแล้วทานเป็นของว่างระหว่างวัน อย่างนี้ได้เคี้ยวเพลินกันทั้งวันเลยแหละ

 

15. เม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลักเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในด้านการลดน้ำหนัก คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักจะทราบกันดี เราจึงเอาเม็ดแมงลักมาเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เลือกทานในมื้อว่าง ในเม็ดแมงลักมีวิตามินเอที่สูงกับเส้นใยละลายน้ำ (Soluble fiber) ที่ดูเป็นวุ้นใส เมื่อแช่น้ำนั้นจะช่วยพองในท้องให้เราอิ่มได้นานแต่ไม่ทำให้อ้วนค่ะ จะผสมกับนมถั่วเหลืองแล้วดื่มก็อร่อยไม่เบานะคะ

 

 

www.flickr.com/photos/merlijnhoek/15118978670/

www.flickr.com/photos/jocelyndurston/11247008/

sleeping-night-1

เมลาโทนิน (Melatonin) คืออะไร

sleeping-night-1คนเราใช้เวลาในการนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยที่สุด 8 ชั่วโมงต่อวัน ทำไมน่ะหรอ…ก็เพราะว่าเป็นวัฐจักรของธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา ให้ร่างกายมนุษย์มีเวลาหยุดพักเพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานให้สมดุล บางคนคิดว่าเวลา 8 ชั่วโมงนั้นช่างยาวนานเหลือเกินเสียดายที่จะทิ้งไปกับการนอน จึงได้ทำสิ่งอื่นที่คิดว่าสำคัญกว่าการนอนจนทำให้เวลาในการนอนน้อยลง แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรจะนอนเราก็จะจำเป็นจะต้องนอนค่ะ ความรู้สึกง่วง หงาว หาว นอนนั้นช่างโหดร้ายและทรมานเหลือเกิน ก็อาการเหล่านี้แหละค่ะที่กำลังจะบอกคุณว่าเรากำลังฝืนธรรมชาติอยู่ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่จะต้องนอน เราก็จะมีอาการดังกล่าวมาคอยเตือนอยู่ตลอดเวลาว่า ได้เวลาที่ต้องนอนแล้วนะ นั่นก็เกิดจาก เมลาโทนิน หรือ “ฮอร์โมนแห่งรัตติกาล (The darkness hormone)” นั่นเองค่ะ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าฮอร์โมนตัวนี้กันให้มากขึ้นนะคะ

 

เมลาโทนิน (Melatonin) คืออะไร

“เมลาโทนิน” (Melatonin) เป็นฮอร์โมนในระบบประสาทที่ร่างกายเราสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติค่ะ เมลาโทนินนั้นได้ถูกค้นพบครั้งแรกโดยดอกเตอร์เลอร์เนอร์ (Aaron Bunsen Lerner) แพทย์ชาวอเมริกัน ในปีค.ศ.1958 เมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนธรรมชาติชนิดหนึ่งซึ่งได้ถูกสร้างโดย Pineal gland ที่สมอง การหลั่งของฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกกระตุ้นโดยความมืดและถูกยับยั้งโดยแสง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรอคะ ? ก็เนื่องจากการถูกค้นพบครั้งแรกโดยการสกัดสารจากต่อม ไพเนียล(Pineal gland) ของวัวมาทำให้บริสุทธิ์ได้เป็นสารใน กลุ่ม indole ซึ่งมีผลต่อเมลานิน (Melanin) บนผิวหนังของกบ ทำให้สีผิวจางลงและเนื่องจากสารที่สกัดจากต่อมไพเนียล มีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายซีโรโทนิน (Serotonin) จึงเรียก สารในกลุ่ม indole ซึ่งไปฟอกสีเมลานินนี้ว่า เมลาโทนิน ค่ะ

light-1

เกี่ยวกับเมลาโทนิน (Melatonin)

เมลาโทนินถูกสังเคราะห์ขึ้นจากกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan) ที่มีอยู่ในกระแสเลือดของเรา โดยมีการสร้างขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ จอตาและต่อมไพเนียล โดยมีความมืดเป็นตัวกระตุ้นและหยุดหลั่งเมื่อเจอแสงสว่าง ปริมาณของเมลาโทนินจะเพิ่มสูงขึ้นในตอนกลางคืนเริ่มตั้งแต่ประมาณ 22 นาฬิกา ปริมาณสูงสุดประมาณ 3 นาฬิกา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย การที่เรามีความรู้สึกเฉื่อยชาลงและมีความรู้สึกตื่นตัวน้อยลงนั้น ก็เป็นผลของการหลั่งของเมลาโทนินนั้นเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ อีกทั้งร่างกายของเราจะมีอุณหภูมิเริ่มมีการลดต่ำลงจึงทำให้เหมาะแก่การนอนหลับมากขึ้นค่ะ และในช่วงเวลาเช้ามืดของวันต่อมาระดับของเมลาโทนินก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งในระหว่างวัน เมลาโทนิน จะลดระดับลงต่ำมากจนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถตรวจวัดได้ เนื่องจากระดับของ เมลาโทนินนั้นขึ้นลงตามวงจรของความมืดและความสว่าง (light-dark cycle) จึงทำให้ทั้งมนุษย์หรือแม้กระทั่งพืชนั้นที่ก็มีฮอร์โมนนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งมีความตื่นตัวในระหว่างวัน โดยที่ระดับของเมลาโทนินจะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่เวลา 2.00 น.ในเด็กที่มีสุขภาพดีทั่วไป อีกทั้งจะเพิ่มขึ้นสูงที่สุดที่เวลา 3.00 น.ในผู้สูงอายุ นอกจากนี้แล้วปริมาณการผลิตเมลาโทนินในร่างกายนั้นลดลงเมื่อเราอายุมากขึ้นค่ะ ซึ่งจะเห็นได้ทำไมผู้สูงอายุต้องพบกับปัญหาในการนอนไม่หลับมากกว่าผู้ที่อายุยังน้อยค่ะ

 

ประโยชน์ของเมลาโทนิน
เชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการเพลียหลังการโดยสารเครื่องบิน (Jet-Lag) และการทำงานเป็นกะซึ่งยังมีข้อโต้แย้งเรื่องคุณสมบัตินี้กันอยู่ เมลาโทนินถือว่าเป็นสารที่ช่วยปรับสภาพร่างกายในรอบวันเพราะคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับความสว่างและความมืด (circadian rhythm) เมลาโทนินเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับลึก ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ความผิดปกติเรื้อรังของการนอน อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตก่อนเวลาอันควร อีกทั้งประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของเมลาโทนินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคได้ ที่สำคัญยังมีผลต่อการควบคุมกระบวนการทางชีวภาพและการเกิดอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงการใช้เมลาโทนิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลด (หรือเพิ่มขึ้น) ของปริมาณของเมลาโทนินในเลือดทำให้เกิดปัญหาการนอนหลับหรือความผิดปกติของวงจรการหลับและการตื่นในรอบวันค่ะ

 

www.flickr.com/photos/zubrow/5404957877/

www.flickr.com/photos/bennyseidelman/5103679082/